You are currently viewing ทนายจะเรียก ค่าทนายความเท่าไหร่

ทนายจะเรียก ค่าทนายความเท่าไหร่

  • Post author:
  • Post category:Blog

ค่าทนายความเท่าไหร่ ต้องยอมรับเลยว่าปัจจุบันนั้นหลายคนสงสัยว่าอัตราค่าจ้างนั้นเราจะจ่ายที่เท่าไหร่ดีเดี๋ยวนี้เราจะพาท่านไปทำความเข้าใจว่าปัจจัยหลายๆอย่าง นั้นส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายในการจ้างทนายมากยิ่งขึ้น สำหรับอัตราในการคิดค่าจ้างมันต้องเหมาะสมกับงานที่ทำด้วย เพราะว่าตามหลักสำนักงานทนายความแล้วไม่ว่าจะทุกแห่ง ไม่ได้มีข้อกำหนดในส่วนของค่าจ้างค่าตอบแทนสำหรับทนายมันขึ้นอยู่ว่าทนายนั้นจะเรียกเท่าไหร่ เพราะว่าในปัจจุบันรูปคดีนั้นมันไม่เหมือนกัน เลยเป็นเหตุผลที่จะต้องให้ทนายความนั้นพิจารณาไปว่าจะเรียกค่าจ้างอยู่ที่เท่าไหร่ เพราะว่ามันมีกฎหมายพระราชบัญญัติทนายความอยู่ว่าไม่ให้ทนายนั้นประกาศหรือโฆษณาการจ้างของทนายความ เลยเป็นเหตุผลที่หลายคนนั้นไม่รู้เลยว่าการจ้างทนายนั้นจะต้องเสียเท่าไหร่ และการที่มีผู้ใดที่ฝ่าฝืนในข้อนี้มันถือว่าเป็นมารยาทที่สำคัญเลยและคุณอาจจะถูกตักเตือนเมื่อเกิดลงโทษซ้ำอีกอาจจะโดนถอดจากทนายความได้เลย

ค่าทนายความเท่าไหร่

โดยปกติแล้วในการคิดอัตราในการค่าจ้างของทนายความนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 10 ถึง 20 ของทุนทรัพย์คดี ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่มีตัวเลขที่แน่นอนสำหรับการจ่ายมันจำเป็นจะต้องคิดเป็นจำนวนเงิน สำหรับการจ้างทนายส่วนใหญ่นั้นก็จะอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาทโดยเฉลี่ย จากประสบการณ์ที่เห็นกันมาในการเรียกค่าจ้างทนายจนไปถึงชั้นศาลเลยนะ แต่ละศาลนั้นก็ไม่ได้จ่ายรวดเดียว เราต้องดูว่ามันจบสารตรงไหนบ้างเพราะว่าศาลประเทศไทยนั้นมีหลายศาล นอกจากเมื่อ คดีนั้นจบแค่ศาลข้างต้นเท่านั้น มันไม่ไปถึงในศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา ซึ่งการชำระนั้นก็ขึ้นอยู่กับเราและทนายความในการตกลงกันว่าจะชำระงวดเดียวเลยไหมหรืออาจจะเป็นการผ่อนชำระเป็นงวดก็ได้ตามที่เราตกลงกัน

เราต้องเล่าคดีของเราให้ทนายฟังก่อน

ตอนแรกอ่ะมันไม่สามารถที่จะประเมินค่าใช้จ่ายได้เลยคุณจำเป็นจะต้องเล่าคดีของคุณก่อนเล่าข้อเท็จจริงให้เขาฟังก่อนอย่างละเอียดเลยเพราะว่าเขาจะได้มองแนวทางในการทำคดีทางกฎหมายได้แล้วหลังจากนั้นค่อยมาคุยในเรื่องของราคากันทีหลัง เพราะว่าการคิดค่าจ้างทนายนั้นมันสามารถคิดได้หลายอย่างมากมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาท ความหนักเบาของข้อหาและโทษ ความซับซ้อนของคดีความ จำนวนพยานที่จะต้องนำสืบ ค่าความเสี่ยงของทนาย และค่าเดินทาง รวมถึงค่าที่พักและระยะเวลาในการทำงานอีกด้วย 

ทนายก็ต้องใช้ลิ้นใช้จ่ายเหมือนกัน

แน่นอนว่าในเมื่อเขามาเป็นทนายให้เราแล้วเขาก็ต้องใช้จ่ายเหมือนกันในชีวิตประจำวันเสียเวลามาในการทำรูปคดีให้เราแน่นอนว่าใจต้องรักจริงด้วยสำหรับทนายที่เราจะต้องช่วยเหลือคนอื่นไม่ว่าจะได้ค่าจ้างไม่เต็มก็ตามเราก็ต้องทำให้ดีที่สุดเพราะว่าการได้รับผลตอบแทนจากค่าจ้างของทนายนั้นก็อยู่ในส่วนของการดำเนินคดี มันก็มีเหมือนกันนะสำหรับทนายที่ขาดทุน บางทีทำคดีนั้นก็ต้องเสี่ยงต่อการใช้ชีวิตอีก รวมถึงการเข้าเนื้อในการเสียตังค์เงินลงทุนของเราอีก บางทีทำแล้วก็ไม่คุ้มค่าด้วยสำหรับคดีนั้น ก็เลยต้องเป็นเหตุผลที่หลายคนนั้นอาจจะคุยหลังจบเสร็จสิ้นคดีไปแล้ว