คดีแพ่ง

คดีแพ่ง

เราจะมาพูดถึงคดีแพ่งว่ามันเป็นคดีอย่างไรแล้วต้องบอกเลยว่าทุกวันนี้มันมีคดีเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งหรืออาญาก็ตามแต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือความถูกต้อง ดังนั้นคุณไม่ต้องกลัวเลยถ้าคุณทำถูกต้องอยู่แล้วคุณจะไม่พบเจอปัญหาที่จะเกี่ยวข้องกับคดีต่างๆ อย่างแน่นอนเดี๋ยววันนี้มาดูกันเลยว่า คดีแพ่ง นั้นผลเป็นอย่างไรซึ่งถ้าพูดถึงคดีแพ่งแล้วล่ะก็มันจะเป็นคดีที่มีการโต้แย้งสิทธิต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ของแต่ละคนตามกฎหมายฟ้องกู้ชำระเงินหรือสัญญากู้มันจะเป็นคดีที่จำเป็นที่ต้องเรียกร้องให้ผู้ที่ละเมิดชดใช้ค่าเสียหายซึ่งถ้าให้พูดกันตามตรงแบบเข้าใจได้ง่ายๆ เลยก็คือวัตถุประสงค์ของคดีแพ่งนั้นก็คือมันต้องการที่จะให้จำเลยนั้นเป็นผู้ชดใช้ค่าเสียหาย โดยการชดใช้อาจจะอยู่ในรูปแบบของเงิน แต่ไม่ใช่ต้องการให้จำเลยนั้นมีการติดคุกเหมือนคดีอาญาแต่มันจะเป็นคดีที่เกี่ยวกับเงิน 

สิทธิในการฟ้อง คดีแพ่ง

  • การโต้แย้งสิทธิ มันเป็นสิ่งที่ควรกระทำเพราะว่าบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ได้รับสิ่งที่เรียกว่าการละเมิดสิทธิ ซึ่งมันเป็นสิทธิของตนเองนั้นถือว่าเป็นการล่วงละเมิดก้าวล้ำสิทธิที่พึงมี ดังนั้นตามกฎหมายแล้วสิทธิเหล่านี้มันถือว่าเป็นทรัพย์สิน หรืออาจจะไม่ใช่ทรัพย์สินก็ได้มันเป็นสิ่งที่รวมความหมายสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิทางร่างกายทรัพย์สินเกียรติยศชื่อเสียงหรือครอบครัวทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่มีค่า ดังนั้นสิทธิในที่นี้ก็หมายถึงสิ่งล้ำค่าต่างๆที่ไม่เพียงแต่เป็นเงินทองเท่านั้น
  • การใช้สิทธิทางศาล มันเป็นสิทธิทางกฎหมายที่จำเป็นจะต้องได้รับอนุญาต หรือสารรับรองแล้วว่าสิ่งที่ทำมันจะไม่มีปัญหาแน่นอน เพราะศาลอนุญาตมาแล้วซึ่งมันจะเป็นสิทธิ์ที่การเป็นผู้จัดการมรดกผู้ตาย หรือการขอเป็นผู้ปกครองของผู้เยาว์อย่างเช่นการทำสิ่งต่างๆ แทนเด็กหรือผู้เยาว์

การพิพากษาตามยอม

ซึ่งต้องบอกเลยว่ามันเป็นการฟ้องคดีต่อศาล และจำเป็นที่จะต้องให้คู่กรณีมีการทำสัญญาในการประนีประนอม และสามารถยอมความกันได้โดยจะมีการลงลายลักษณ์อักษรหรือทำสัญญาต่อกันโดยส่วนใหญ่แล้วจะมี 2 วิธีไม่ว่าจะเป็นการทำสัญญาในการประนีประนอมยอมความนอกศาลหรือสัญญากันเอง โดยที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการของศาลเลยก็ได้ หรือจะเป็นการทำสัญญา เพื่อประนีประนอมยอมความภายในชั้นศาลซึ่งเป็นการกระทำสัญญาเป็นการประนีประนอมยอมความตามขั้นตอน และเป็นกระบวนการอย่างหนึ่งของสารซึ่งมันจะมาพร้อมข้อตกลงต่างๆ ที่ได้ตกลงกันเอาไว้จะได้สามารถประนีประนอมกันได้

จำเป็นที่จะต้องมีลายลักษณ์อักษรเพื่อกันฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแอบอ้าง ดังนั้นพอทำสัญญากันเสร็จโจทก์ต้องมาขอถอนฟ้อง โดยจะต้องบอกว่าได้ทำการตกลงกันได้แล้วจึงจะสามารถถอนฟ้องได้ก็เป็นอันจบการพิพากษาแต่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หลังจากการฟ้องและยกฟ้องไปแล้วแต่ไม่ยอมทำตามสัญญาที่ทำไว้ในการประนีประนอมจำเป็นที่ต้องมีการเข้ามาร้องต่อศาล เพื่อให้สามารถบังคับทำตามสัญญาประนีประนอมการยอมความใหม่อีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามในส่วนของการยอมความกันนั้นศาลจะทำสัญญายอมความ และพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมและถ้ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำผิดข้อตกลง ศาลจะบังคับใช้ทันทีโดยที่ไม่ต้องฟ้องคดีใหม่

การอุทธรณ์ฎีกาคำพิพากษา

สิ่งที่สำคัญเลยก็คือการที่ศาลชั้นต้นได้มีการพิพากษาออกไปแล้ว แต่อาจเกิดความไม่พอใจจึงอาจมีการอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ใหม่ แล้วเมื่อได้มีการพิพากษาต่อแต่ก็ยังไม่พอใจก็อาจจะไปถึงชั้นฎีกา เป็นการพิพากษาอุทธรณ์ต่อฎีกาได้ทุกอย่างมันสามารถหยิบยกขึ้นมาในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงซึ่งถ้าว่ากันด้วยหลักกฎหมายแล้ว เราก็ว่าจะมีข้อเท็จจริงที่กล่าวไว้ว่าไม่มีข้อห้ามในการอุทธรณ์ฎีกาแต่มีการจำกัดสิทธิ์ซึ่งแต่ละในชั้นศาลก็จำเป็นที่จะต้องมีค่าใช้จ่าย ซึ่งต้องบอกเลยว่าในแต่ละชั้นศาลนั้นจำเป็นที่ต้องใช้เงินในกรณีอุทธรณ์มากกว่า 50,000 บาทหรืออาจจะทะลุ 2 แสนบาทเลยก็ได้ซึ่งมันก็อยู่ที่ปัญหา ซึ่งจะต้องบอกเลยว่าคู่ความจำเป็นที่จะต้องมีการอุทธรณ์ฎีกาต่อชั้นศาลชั้นต้นภายใน 1 เดือนเท่านั้นนับตั้งแต่อ่านคำพิพากษาชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์

การบังคับคดี

ต้องบอกก่อนว่าการบังคับคดีนั้นมันก็หมายถึงเป็นการที่คู่ความชนะคดีจะถึงเวลาแล้วที่จะดำเนินคดีแก่ผู้แพ้ เพื่อสิ่งที่จะได้ตามมาเลยก็คือเพื่อให้ได้ผลตามคำพิพากษาแต่ด้วยความที่ว่าฝ่ายแพ้คดี บางครั้งอาจจะไม่ยอมปฏิบัติตามข้อตกลงหรือข้อที่ศาลนั้นได้บังคับให้ทราบแล้วว่าตามกำหนดตามระยะเวลาที่ได้กำหนดเอาไว้ และจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามแต่ด้วยว่าเวลาได้ล่วงเลยไปแต่ก็ไม่ได้ทำตามศาล ซึ่งมันจนถึงต้องพิพากษาจะต้องดำเนินการขอให้ศาลบังคับคดี เพราะว่าครูความที่ชนะอาจจะร้องขอเพื่อให้คำสั่งศาลนั้นมีการบังคับใช้จนถึงที่สุดแต่ถ้าการฟ้องร้องขอให้การบังคับคดีภายใน 10 ปี ตั้งแต่วันที่มีการพิพากษาไปแล้วแต่ถ้าผู้ที่ชนะไม่ได้ร้องขออะไรต่อศาลบังคับคดีภายใน 10 ปีการบังคับก็จะสิ้นสุดลง ซึ่งการออกหมายบังคับคดีนั้นมันจะส่งไปถึงลูกหนี้เพื่อบอกระยะเวลา และข้อกำหนดเพื่อให้ปฏิบัติตามสิ่งที่ได้พิพากษาไปแล้วแต่ถ้ายังขัดขืน ข้อจำเป็นที่จะต้องออกหมายบังคับคดีอีกจนถึงขั้นยึดทรัพย์มาขายทอดตลาดก็ได้ 

Close Menu